เคล็ดลับสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ประสบความสำเร็จที่อยากลงทุนคอนโด

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า ทำไมต้องลงทุนในคอนโด การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นมีหลายประเภท เช่น บ้าน ทาวโฮมส์ อาคารพาณิชย์ อพาร์ทเม้นและคอนโด ปัจจุบันการลงทุนในคอนโดถือว่าถูกที่สุด เพราะคอนโดมีราคาตั้งแต่ 2-3 แสนขึ้นไป สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น สามารถเลือกวงเงินที่เราจะลงทุนได้ คนนิยมเช่าคอนโดมากกว่าอพาร์ทเม้นเนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกและปลอดภัยกว่า ซึ่งคนนิยมลงทุนในคอนโดมากกว่าบ้าน ทาวโฮมส์ เพราะบ้านใช้เงินลงทุนที่สูง เมื่อเทียบแล้วได้ค่าเช่าน้อยกว่าคอนโด จุดเด่นอีกอย่างที่คนนิยมลงทุนในคอนโดคือ มีนิติบุคคลช่วยเราดูแล มีเจ้าหน้าที่ประปา ไฟฟ้าประจำตึก ทำให้ตัดเรื่องจุกจิกบางเรื่องไปได้ข้อนี้สำคัญมากๆ สำหรับมือใหม่เลยค่ะ

โดยปกติมนุษย์เงินเดือนรายได้น้อย เงินลงทุนยังไม่มากนัก ดังนั้น เราจึงต้องฝึกฝนใช้ความสามารถ ความพยายามและความอดทนมากกว่านักลงทุนกระเป๋าหนัก มีเคล็ดลับที่เคยใช้แล้วประสบความสำเร็จในการลงทุนคอนโดในแบบฉบับมนุษย์เงินเดือนดังนี้ค่ะ

1. เปลี่ยนความคิด หรือที่เรียกกันว่า Mindset และตั้งเป้าหมายในการลงทุนว่าจะลงทุนเพื่ออะไร? เมื่อเกษียณต้องการมีรายได้เดือนละเท่าไหร่? โดยปกติมนุษย์เงินเดือนไม่อยากมีหนี้ ไม่กล้ากู้ธนาคารเพราะกลัวการเป็นหนี้ เราต้องเปลี่ยนความคิดเสียก่อนว่าการเป็นหนี้ก้อนนี้คือการลงทุนที่จะช่วยสร้างทรัพย์สินในอนาคต ไม่ใช่การเป็นหนี้จากสินทรัพย์ที่ฟุ่มเฟื่อย จุดเด่นของการลงทุนในคอนโดหรืออสังหาริมทรัพย์ นั้นก็คือการผ่อนแรง (Leverage) คือการนำเงินคนอื่นมาลงทุน (Other People’s Money) ไม่ใช่เรื่องผิดหรือเรื่องหน้าอายค่ะ ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เป็นเครื่องมือตัวเดียวที่ธนาคารสามารถเอาเงินมาให้คุณลงทุนได้มากถึง 70-80 เท่าของเงินเดือนคุณค่ะ แถมยังเสียดอกเบี้ยในอัตราที่ถูกกว่าการกู้เงินมาลงทุนธุรกิจอื่นๆ อีกด้วย นักธุรกิจทุกคนที่ประสบความสำเร็จล้วนเป็นหนี้และกู้เงินจากธนาคารมาลงทุนด้วยกันทั้งนั้นค่ะเพราะฉะนั้นอย่ากลัวที่จะเป็นหนี้
2. ศึกษาหาความรู้เรื่องการลงทุนคอนโด เช่น ทำเลที่ไหนดี ราคาเท่าไหร่ที่ควรซื้อราคาเท่าไหร่ที่ควรปล่อยเช่า? วิธีการเลือกตำแหน่งห้อง วิธีการกู้ธนาคารให้ผ่าน ธนาคารไหนเสียดอกเบี้ยน้อยมีโปรโมชั่นดีๆ ทั้งหมดนี้เกิดจากการหาข้อมูลทั้งจากการอ่านหนังสือ เข้าสัมมนา หรือจากการสอบถามผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ การหาความรู้นั้นสำคัญมากๆเพราะเมื่อใดก็ตามที่ความรู้เรามาก ความกลัวเราจะน้อยลง เราจะมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้นค่ะ ข้อห้ามคือ อย่าลงทุนตามเพื่อนค่ะ เพราะหากพลาดจะเสียใจและจะไม่กล้าลงทุนอีกเลย ควรลงทุนก็ต่อเมื่อมีความรู้ค่ะ
3. ก้าวออกจากบ้านไปเซอร์เวย์คอนโด การลงทุนคอนโดนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องออกไปเซอร์เวย์ค่ะ ไม่ต่างจากการขุดหาเพชรเม็ดงามๆ ที่จะให้มูลค่ามหาศาลในอนาคต สิ่งที่ได้จากในการออกไปเซอร์เวย์นอกจากคอนโด คือ คุณได้ฝึกการสร้างมนุษย์สัมพันธ์กับผู้คน ฝึกการตั้งคำถามในการหาข้อมูล ฝึกการเจรจาต่อรอง ฝึกการโน้มน้าวใจคน ยิ่งคุณไปดูคอนโดมากเท่าไหร่ คุณจะมีความคล่องแคล่วจากการฝึกสิ่งต่างๆ มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะทำให้คุณเก่งขึ้นโดยไม่รู้ตัวค่ะ คนประสบความสำเร็จในการลงทุนคอนโดหลายคนบอกไว้ว่า การสำรวจคอนโด 10 ห้องจะเจอห้องที่ดี 1 ห้องค่ะ ห้องที่ดีในที่นี้หมายถึงห้องที่ทำเลดี ได้ราคาต้นทุนที่ถูก ซึ่งจะช่วยให้ได้ยีลค่าเช่า(Rental Yield) ที่สูงตามไปด้วย จนบางที่เราสามารถลงทุนได้โดยไม่ต้องใช้เงินของตัวเอง หากราคาค่าเช่าพอผ่อนธนาคารค่ะ
4. สลิปเงินเดือน คือเคล็ดลับเด็ดที่มนุษย์เงินเดือนได้เปรียบกว่าคนทำงานอิสระทั่วไปถึงแม้จะมีรายได้มากก็ตาม หลายครั้งที่มนุษย์เงินเดือนรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจว่าเงินเดือนไม่มาก แต่หารู้ไม่ว่าสลิปเงินเดือน คือ อาวุธสำคัญที่แสดงถึงความมั่นคงในหน้าที่การงาน ที่มีบริษัท องค์กรทั้งรัฐและเอกชนรับประกันในการทำงาน ซึ่งจะช่วยเอื้อให้มนุษย์เงินเดือน สามารถกู้ผ่านได้ง่ายกว่าคนประกอบธุรกิจขนาดเล็กหรือคนทำงานอิสระเสียด้วย ดังนั้นใครก็ตามที่มีอาวุธนี้ควรใช้เครดิตในการลงทุนอย่างยิ่งค่ะ
5. เรียนรู้การบริหาร มนุษย์เงินเดือน (Employee) หากเรียนรู้ที่จะลงทุนคอนโดแล้ว ก็จะกลายเป็นนักลงทุน (Investor) ไปโดยปริยาย และเมื่อใดก็ตามที่เริ่มบริหารดูแลคอนโดที่ลงทุน เมื่อนั้นมนุษย์เงินเดือน (Employee) ก็จะกลายเป็นเจ้าของกิจการ (Business Owner)โดยทันทีค่ะ คุณจะได้เรียนรู้วิธีการตลาด การหาผู้เช่า การบริหารผู้เช่า การแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการลงทุน ในกรณีลงทุนคอนโดให้เช่า โดยคุณจะเป็นผู้กำหนดและควบคุมกิจการคอนโดให้เช่าด้วยตัวคุณเอง หรือหากในกรณีลงทุนคอนโดแบบเก็งกำไรคุณก็จะเป็นคนควบคุมราคาในการซื้อขายตามความพอใจด้วยตัวคุณเองด้วยค่ะ

จาก 5 เคล็ดลับที่กล่าวมา หากคุณได้ตั้งเป้าหมาย เรียนรู้ และลงมือทำในทุกข้อรับรองค่ะว่า มนุษย์เงินเดือนสามารถใช้ศักยภาพที่มีลงทุนในคอนโดหรือลงทุนในทรัพย์สินที่เพิ่มมูลค่าในอนาคตได้ค่ะ

วางแผนทางการเงินอย่างเหมาะสมสำหรับมนุษย์เงินเดือน

HE166_350Aประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และจะมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น โดยอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 73 ปี และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 80 ปี รวมทั้งยังมีข้อมูลว่าในบรรดาคนเกษียณ 100 คนมีเพียง 5 คนเท่านั้นที่มีเงินใช้อย่างสุขสบายในช่วงบั้นปลายชีวิต ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรีบเตรียมวางแผนเกษียณเสียตั้งแต่เริ่มต้นทำงานเพื่อจะได้มีชีวิตที่มั่นคงและมั่งคั่งในช่วงเกษียณอายุ ยิ่งเริ่มคิดและออกแบบชีวิตในวัยเกษียณให้เร็วตั้งแต่อายุน้อยๆ ความสุขและความมั่นคงทางการเงินในอนาคตก็จะสุขสบายได้เร็วขึ้นเท่านั้น ซึ่งสินทรัพย์ลงทุนที่สะสมขณะที่ลงทุนเพิ่มค่าต้องแบ่งสัดส่วนให้เห็นก้อนสินทรัพย์ลงทุนที่สะสมสำหรับใช้จ่ายยามเกษียณตามที่ต้องการด้วย เพราะเป็นหนึ่งในเป้าหมายทางการเงินที่สำคัญมากๆ

มนุษย์เงินเดือนในปัจจุบันมีความหลากหลายทางเงินเดือนสูง มีรายได้ตั้งแต่ไม่ถึงหมื่นบาทจนถึงหลายแสนบาท คนทำงานหลายคนอาจจะรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งจำเป็นทั้งสิ้น ยากที่จะตัดสินใจได้ว่าอันไหนบ้างที่เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องวางแผนทางการเงินแล้ว เราก็จะเห็นได้อย่างง่ายดายว่าค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นมาจากหลายๆ อย่าง เช่น ค่าอาหารราคาแพง ค่าช้อปปิ้ง ค่าเสื้อผ้า ค่าสังสรรค์ในงานปาร์ตี้ ซึ่งบางครั้งอาจจะลดปริมาณการซื้อ หรือใช้จ่ายให้น้อยลง แต่ก็ไม่ถึงกับจะหยุดซื้อเสียทีเดียว หากเราสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ เราก็จะมองเห็นเงินออมอย่างแน่นอน

กลุ่มมนุษย์เงินเดือนไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานบริษัทเอกชนที่ปัจจุบันกำลังติดกับดักหนี้จากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น และพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งยังมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องสำรวจตนเองอยู่เสมอว่ามีหนี้สินอยู่ในระดับใด โดยหลักในการวางแผนทางการเงินระบุว่าสัดส่วนการชำระหนี้สินทั้งหมดไม่ควรเกิน 50% ของรายได้ในแต่ละเดือน ซึ่งหากคุณมีหนี้สินมากเกินความสามารถในการผ่อนชำระก็จะต้องหาแนวทางจัดการหนี้สินที่ตนเองมีเสียก่อน อาทิ หยุดก่อหนี้เพิ่ม เลือกจ่ายหนี้ที่ดอกเบี้ยแพงสุดให้หมดก่อนแล้วค่อยทยอยจ่ายหนี้ก้อนถัดไป เป็นต้น

5 ทักษะสำคัญที่ต้องหมั่นฝึกฝน สำหรับมนุษย์เงินเดือน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ที่ทำงานทุกวี่ทุกวัน อาจจะละเลยทักษะในการทำงานได้อย่างไม่รู้ตัว ที่สำคัญทักษะที่ว่านี้ต่างเป็นเรื่องที่เรา ๆ ท่าน ๆ ล้วนแล้วแต่ผ่านตามาแล้วทั้งนั้นแต่กลับละเลยไปอย่างไม่น่าเป็นไปได้ อยากรู้แล้วใช่ไหม ว่า 5 ทักษะที่ว่าคืออะไร

1. ทักษะทางภาษา
หนุ่มสาวชาวออฟฟิศส่วนใหญ่อาจจะยุ่งกับการทำงานจนทำให้ละเลยการพัฒนาภาษาของตนเอง ยิ่งใครที่ทำงานไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาอังกฤษจะยิ่งทำให้การใช้ภาษาอังกฤษในแต่ละครั้งดูจะเป็นเรื่องยากเย็น ยิ่งโลกการทำงานในปัจจุบัน ใครที่มีทักษะทางภาษาที่ดีกว่ายิ่งได้เปรียบ แถมไม่ใช่แค่ภาษาที่สองเท่านั้น เพราะปัจจุบันผู้ที่รู้ภาษาที่สาม ที่สี่ ยิ่งมีโอกาสมากกว่าคนอื่น ๆ มากทีเดียว

2. ทักษะทางเทคโนโลยี
แม้ว่าปัจจุบันนี้เทคโนโลยีจะมีการพัฒนาให้ก้าวหน้าไปมากแค่ไหนก็ตาม แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนวัยทำงานจำนวนไม่น้อยที่มีความรู้ในด้านเทคโนโลยีค่อนข้างจำกัด หลายคนมีประสบการณ์การทำงานนานหลายสิบปี แต่กว่าจะเปิดคอมพิวเตอร์ได้ช่างเป็นเรื่องยากเย็น หรือแม้ระบบออนไลน์จะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหนก็ตาม แต่น้อยคนนักที่จะใช้อย่างคุ้มค่า แม้แต่ในระดับองค์กรเองบางครั้งยังใช้ประโยชน์จากระบบออนไลน์ได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็นมากทีเดียว

3. ทักษะโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ข้อนี้หลายคนอาจจะส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะตัวเองเปิดใช้เอกสารพิมพ์งานอยู่ทุกวัน แต่เชื่อเถอะค่ะว่ามีหนุ่มสาวชาวออฟฟิศจำนวนไม่น้อยที่ใช้โปรแกรมออฟฟิศไม่คล่อง หลายคนพิมพ์งานด้วยโปรแกรม Word ทุกวัน แต่ไม่เคยแตะโปรแกรม Power Point เลย บางคนใช้เวลานานมากในการจัดการไฟล์ Excel เพราะไม่ค่อยได้ใช้สูตรการคำนวณจึงต้องเสียเวลานานกว่าจะจัดการงานให้เสร็จได้

4. ทักษะในการพัฒนาตัวเอง
ชาวมนุษย์เงินเดือนหลายคนโหยหาการพักผ่อนหย่อนใจ หรือการลาพักร้อน เพราะเหนื่อยล้ากับการทำงานมาทั้งเดือน ฉะนั้นเมื่อมีเวลาว่างส่วนใหญ่จึงขอหาเวลาปรนเปรอความสุขให้ตัวเองก่อน จนละเลยที่จะพัฒนาการทำงานของตัวเองไป หลายคนมารู้ตัวอีกทีก็ตอนสมัครงานใหม่ มีประสบการณ์การทำงาน ภาษาต้องได้ ใช้โปรแกรมสำนักงานคล่อง ต้องบุคลิกดี มีความคิดสร้างสรรค์ ขยันขายไอเดีย ทำไมคุณสมบัติเยอะขนาดนี้ นี่คือเหตุการณ์ที่หลายคนพบเจอเมื่อต้องหางานใหม่

5. ทักษะการเรียนรู้คน จิตวิทยาการเรียนรู้และเข้าใจผู้อื่น
ซึ่งทักษะนี้จำเป็นมากหากคุณต้องการก้าวต่อไปในฐานะหัวหน้างานหรือผู้บริหาร เพราะแม้ว่าคุณจะทำงานเก่งมากแค่ไหน มีความสามารถมากเพียงใด แต่ถ้าคุณอ่านคนไม่ออก ควบคุมทีมไม่ได้ บริการจัดการทีมให้มีประสิทธิภาพไม่ได้คุณก็มีโอกาสน้อยมากที่จะก้าวเข้าไปอยู่ในฝ่ายบริหาร เพราะฝ่ายบริหารนั้นนอกจากจะต้องรอบรู้ในงานที่ทำ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างดีแล้ว ยังต้องบริหารคนให้ได้ด้วย คุณต้องรู้ว่าจะจูงใจลูกน้องให้ทำงานให้ตรงตามเป้าหมายได้อย่างไร โดยที่ลูกน้องไม่รู้สึกอึดอัดใจ ซึ่งตรงนี้เราสามารถเรียนรู้ได้จากการทำงานทุก ๆ วัน เพราะเราสามารถเรียนรู้ได้จากหัวหน้างาน จากเพื่อนร่วมงาน เมื่อคุณเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการเข้าอกเข้าใจเพื่อนร่วมงาน ได้เรียนรู้เทคนิคจิตวิทยาการจูงใจจากระดับหัวหน้างานต่าง ๆ แล้วนำมาปรับใช้คุณก็สามารถเติบโตไปในงานสายบริหารได้ค่ะ

5 ทักษะที่กล่าวมาบอกได้เลยว่าเป็นเรื่องพื้นฐาน เรื่องง่าย ๆ ที่เราชาวออฟฟิศหลายคนคุ้นตา ได้ยินชื่อมาเป็นอย่างดี แต่กลับละเลยไม่ใส่ใจ หลายคนได้เป็น “พนักงานประจำ” แล้วก็หยุดพัฒนาตัวเองไป หลายคนคิดว่าทำงานมาทั้งวันแล้ว เลิกงานขอกลับบ้านพักผ่อนเก็บแรงไว้ทำงานในวันพรุ่งนี้ดีกว่า หลายคนคิดว่าทำงานไปวัน ๆ ยังไงสิ้นเดือนก็ได้รับเงินเดือนแน่นอนอยู่แล้ว โดยลืมตักตวงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงานทั้ง ๆ ที่การทำงานออฟฟิศคือสนามโรงเรียนชีวิตที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะเป็นแหล่งรวมเอาคนที่มีความรู้ความสามารถหลากหลายสาขามาไว้ด้วยกัน บางครั้งกว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว ยิ่งปัจจุบันนี้โลกการทำงานมีการแข่งขันกันสูง ฉะนั้นคนที่พร้อมมากกว่า มีความสามารถมากกว่าย่อมเป็นผู้ที่มีสิทธิเลือกได้มากกว่า อ่านจบแล้วอย่าลืมสำรวจตัวเองนะคะ “วันนี้คุณฝึกฝน 5 ทักษะสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้วหรือยัง”

การทุ่มเทการทำงานของบุคลากรเพื่อองค์กร

cccสภาวะผู้นำที่ดีนั้นสามารถสร้างความแตกต่างอย่างเด่นชัดให้กับผลการปฏิบัติงานได้ และพนักงานจำเป็นต้องได้รับความมั่นใจว่ามีผู้นำที่มีความสามารถผลักดันการดำเนินกลยุทธ์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ พนักงานตระหนักดีว่าความมั่นคงในการทำงานและการพัฒนาในสายอาชีพนั้นขึ้นอยู่กับสถานะ ความมั่นคง และทิศทางในอนาคตขององค์กร อีกทั้งรู้ว่าตัวเขาเองไม่อาจหวังและมอบอนาคตไว้กับนายจ้างได้ เว้นแต่ว่าพวกเขาจะมั่นใจว่าองค์กรมีการวางแนวทางที่ดีเพื่อไปสู่ความสำเร็จ องค์กรที่ให้ความสำคัญกับพนักงานมีแนวโน้มที่จะพบว่าพนักงานมีความทุ่มเทในการทำงานอย่างเต็มที่ ยินดีที่จะทำงานมากกว่าที่ตนได้รับมอบหมาย และมีผลการทำงานที่ยอดเยี่ยม องค์กรที่มีศักยภาพสูงแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่องค์กรให้กับพนักงาน มีการสื่อสารอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา และแสดงความห่วงใยในสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน นอกจากนั้นแล้วองค์กรที่มีศักยภาพสูงยังคำนึงถึงผลประโยชน์ของพนักงานอย่างมากเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องต่างๆ รวมถึงมีการแจ้งให้พนักงานทราบถึงเหตุผลการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบต่อพวกเขา

ช่องว่างระหว่างความทุ่มเทในการทำงานของพนักงานกับระดับการส่งเสริมและสนับสนุนที่องค์กรมีให้กับพนักงาน สำหรับองค์กรที่ต้องการใช้บุคลากรให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด หากศักยภาพที่มีของพนักงานไม่ได้ถูกนำออกมาใช้อย่างเต็มที่ ถือเป็นการสูญเสียโอกาสขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง องค์กรที่มีศักยภาพสูงได้สนับสนุนให้พนักงานนำทักษะและความสามารถออกมาใช้ โดยให้พนักงานมีอิสระในการทำงานของตนอย่างเต็มที่เพื่อให้งานนั้นๆประสบความสำเร็จ พนักงานในองค์กรที่มีศักยภาพสูง มีความมั่นใจว่าได้รับอำนาจในการตัดสินใจในระดับที่เหมาะสม พนักงานเห็นว่าผู้นำทำหน้าที่ในการสนับสนุนให้พนักงานแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทรัพยากรต่างๆ ระหว่างกันได้ดีกว่า ผู้นำได้กระตุ้นพนักงานให้เสนอคำแนะนำเพื่อการพัฒนาปรับปรุง และผู้นำมีการสร้างบรรยากาศการทำงานที่สนับสนุนการวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์

การให้ความรักความจริงใจแก่บุคลากรนับเป็นแรงผลักดันในการขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จขององค์กร ผู้บริหารที่ชาญฉลาดต้องทำให้บุคลากรของตนเกิดความรัก ภักดีต่อองค์กร อันจะนำไปสู่ความพยายามทุ่มเท เต็มใจ และเต็มที่ที่จะปฏิบัติงาน โดยองค์กรต้องไม่ละเลยถึงความต้องการขั้นพื้นฐานรวมถึงเปิดโอกาสให้บุคลากรพัฒนาศักยภาพให้สูงขึ้น เพราะทุกองค์กรต่างต้องการความเจริญก้าวหน้าและผลกำไรสูงสุด โดยมีบุคลากรเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามทิศทางที่องค์กรกำหนดไว้ ซึ่งต่างต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถและพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับการทำงาน แต่การที่จะทำให้บุคลากรเกิดความรัก ภักดีจนนำไปสู่ความทุ่มเท และเต็มใจในการปฏิบัติงานได้นั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการที่องค์กรต้องให้ความรัก ความจริงใจ รวมถึงสามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของบุคลากรให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรม การจัดตำแหน่งหน้าที่งานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลรวมถึงการรับฟังความคิดเห็นของบุคลากร

3 เคล็ดลับการทำงานเพื่อสร้างความมั่งคั่งของมนุษย์เงินเดือน

คุณสามารถปรับเปลี่ยนงานที่แสนน่าเบื่อ ให้เป็นงานที่สร้างความสุข สร้างความมั่งคั่งในการเป็นมนุษย์เงินเดือนได้โดยการใช้เคล็ดลับ PVP กับการทำงานของคุณ

P ตัวแรกคือ Passion การทำงานด้วยความเต็มใจ เพราะการทำงานด้วยความเต็มใจ และใส่ใจนั้นจะทำให้คุณมีกำลังใจในการทำงาน และเปลี่ยนงานที่น่าเบื่อที่ทำให้หัวใจคุณห่อเหี่ยว กลายเป็นงานที่ให้ทั้งเงิน และความสุขที่หล่อเลี้ยงหัวใจคุณ

แม้ว่างานนั้นจะไม่ตรงกับสิ่งที่เรียนมา หรือไม่ใช่ในสิ่งที่ต้องการ ซึ่งโดยส่วนมากถ้าเราเกิดไม่ได้ทำงานอย่างที่ต้องการ เรามักจะปลอบใจตัวเองว่างานหายากทำไปเถอะ เดี๋ยวค่อยเปลี่ยนงาน ทำงานแบบไร้วิญญาณให้มันเสร็จๆ ไปในแต่ละวันเท่านั้น

V คือ Values การที่คุณมองว่างานที่คุณทำนั้นมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ต่อเพื่อร่วมงาน ต่อสังคม นั้นจะเปลี่ยนมุมมองและรูปแบบในการทำงาน เหมือนอย่างที่หมอ/พยาบาลพยายามรักษาชีวิตผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังเพื่อที่จะให้เขาไปอยู่กับครอบครัวได้อีกครั้งหนึ่ง การที่แม่บ้านทำความสะอาดอย่างดีเยี่ยมให้ลูกค้าในห้างใช้บริการอย่างมีความสุข หรือครูที่สอนลูกศิษย์เต็มที่แม้อยู่ในพื้นที่อันตราย

งานทุกงานมีคุณค่า และมีประโยชน์ทั้งกับตัวเรา สังคม และผู้อื่นบนโลกนี้ เพียงคุณทำงานอย่างรู้คุณค่าอย่างเต็มที่คุณจะมีทั้งความสุขและความภูมิใจในสิ่งที่ทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทุกวัน

P คือ Purpose ตั้งเป้าหมายไว้ที่การส่งมอบงานที่สร้างความสุข ซึ่งสร้างความพึ่งพอใจอย่างดีที่สุดให้กับผู้รับบริการ ซึ่งอาจจะเป็นลูกค้า เป็นเจ้านาย หรือเพื่อนร่วมงานที่ต้องนำงานของคุณไปทำต่อ เมื่อคุณให้ความสำคัญกับงานที่ทำอยู่นั้นจะเป็นสิ่งที่สร้างผลสำเร็จให้กับงานที่คุณทำ

เมื่อคุณเปลี่ยนให้ทัศนคติและบริบทของการเป็น “มนุษย์เงินเดือน” ที่เต็มไปด้วยความอัตคัด ความคิดด้านลบให้กลายเป็นการทำงาน อย่างมีเป้าหมายด้วยความเต็มใจในการสร้างคุณค่ากับผู้อื่น ซึ่งเติมความสุขให้กับทุกนาทีในการทำงาน นั้นจะช่วยให้คุณสร้างผลงาน สร้างความเชื่อมั่นในสายตาเจ้านาย จนกระทั่งกลายเป็นคนสำคัญสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้…

ถ้าคุณเบื่อและกำลังอยากจะเปลี่ยนงานใหม่รับปีใหม่ ลองนำหลักการ PVP ไปปรับใช้กับชีวิตการทำงานของคุณดูครับ คุณอาจจะได้พบกับโลกใบใหม่ของยอดมนุษย์เงินเดือนที่ถึกกว่าคน-ทนกว่าควาย-พร้อมตายเพื่อโบนัส เพื่อการทำงานอย่างมีความสุข ที่สร้างความสำเร็จ และความมั่งคั่งของมนุษย์เงินเดือน